|

20 มกราคม 2563

ยูซิตี้ จับมือ โนเบิล ประเดิมโครงการร่วมทุนโครงการแรกติด 2 สถานีรัชดา และลาดพร้าว มูลค่ากว่าสองพันล้านบาท

บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามสัญญากรอบความร่วมมือทางธุรกิจและร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 50:50 และเตรียมเปิดตัวโครงการร่วมทุนแรก บนทำเลรัชดา-ลาดพร้าว มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาทในปี 2563 พร้อมกันนี้เตรียมผนึกกำลังพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยร่วมกันตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าต่อไปในอนาคตเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยู ซิตี้ มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในธุรกิจบริหารและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ในระยะยาว และมีนโยบายเปิดกว้างด้านความร่วมมือกับพันธมิตรที่โดดเด่นทางกลยุทธ์ทั้งด้านแบรนด์และการตลาด สำหรับความร่วมมือกับโนเบิลในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาธุรกิจของ ยู ซิตี้ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น และจะช่วยเสริมพอร์ตโครงการที่พักอาศัยเพื่อขายของ ยู ซิตี้ เพิ่มเติมจากโครงการความร่วมมือกับแสนสิริในปัจจุบันให้มีจำนวนมากขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศจากเครือข่ายลูกค้าที่แข็งแกร่งและหลากหลายของโนเบิล ซึ่งจะส่งผลให้ ยู ซิตี้ มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างดี

นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัทในครั้งนี้ ถือเป็น การผนึกกำลังการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมจากจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยมากกว่า 50 โครงการ มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาทของโนเบิล และความเชี่ยวชาญในการบริหารบริษัทร่วมทุนสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงของ ยู ซิตี้ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์

สำหรับโครงการรัชดา-ลาดพร้าว จะเป็นโครงการแรกที่ร่วมทุนพัฒนาภายใต้บริษัทรัชดา อัลไลแอนซ์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม พื้นที่ 2 ไร่กว่า บนทำเลศักยภาพใกล้รถไฟฟ้าเพียง 70 เมตร ถึง MRT สถานีรัชดา (รถไฟฟ้าสายสีเหลือง) และ 180 เมตร ถึง MRT สถานีลาดพร้าว (รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 50 ล้านบาท นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทได้เตรียมแผนร่วมมือพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อต่อยอดและสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย บนทำเลติดเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อสามารถรองรับกับความต้องการอยู่อาศัยของชีวิตเมือง และด้วยศักยภาพและความพร้อมของทั้งสองบริษัทจะส่งผลให้โครงการที่เกิดจากการร่วมมือในครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างแน่นอน